GILI - BALI 001

TraveliGo with HIGH ON DREAMS at GILI-ISLANDS-บาหลี-กิลี-ทริปนี้-ไม่มีเธอ

บาหลีเป็นหนึ่งใน Bucket List อันดับต้นๆของเรามาตั้งแต่เด็ก

เคยฝันมานานแล้วว่าจะต้องมาให้ได้ 

ด้วยความชื่นชอบในทะเล แถมโดนบิ๊วด้วยภาพจากเนตมาเยอะ

ไหนๆ ก็อยู่ในช่วงว่างงานอยู่แล้ว เลยตัดสินใจมา

แถมมาคนเดียวด้วยนะ ชวนใครก็ไม่มีใครว่าง 555

ไม่เป็นไร ชินแล้ว…

 

แต่ทริปนี้ส่วนที่เน้นสุดของเราคงจะเป็น

การมาสัมผัสทะเลและชีวิตบนหาดทราย 

เราอยากเห็นน้ำใส ๆ ทรายขาว ๆ ว่ายน้ำกับเต่า ดำดูปะการัง

 

ด้วยโจทย์ที่มี ก็เลยทำให้เราได้รู้จักกับหมู่เกาะนึง 

จากปากของนักท่องเที่ยวที่เจอระหว่างทาง

มันไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลจากเกาะบาหลีนัก

สามารถนั่งเรือมาจากบาหลีได้เลย ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

เราไปปลีกวิเวกอยู่ที่นั่นซัก 4-5 วัน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวบาหลีต่อ

 

เกาะนี้มีชื่อว่า “กิลี" เป็นเกาะเล็กๆ เล็กมากๆ ในประเทศอินโดนีเซีย 

กิลี แบ่งเป็น 3 เกาะด้วยกันคือ GILI Trawangan , GILI Meno , GILI Air 

เป็นหมู่เกาะที่เราชอบที่สุด และไกลบ้านที่สุดที่เราเคยไปมาเลยหละ

 

มาพูดถึงเรื่องการเดินทาง

จากกรุงเทพ มาบาหลีก่อนเลย มีหลายสายการบินทีเดียว 

จะบินตรงหรือต่อเครื่อง แล้วแต่ความสะดวกและเงินในกระเป๋า

เรามีอีกทางเลือกนึงในการซื้อตั๋วเครื่องบินมาแนะนำ 

คือ www.traveligo.com เป็นเว็บจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือเช่ารถ

เรียกได้ว่าเข้าเว็บเดียวก็วางแผนได้ทั้งการเดินทางเลย 

และการจองผ่านตัวแทนแบบนี้ นอกจากจะไม่ต้องไปเสิร์ชเทียบราคาแต่ละสายการบิน

แต่ traveligo เค้ายังดีลราคาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมมาให้เราได้ถูกกว่าจองเองอีกเด้อ

ถ้าขี้เกียจเสิร์ชเองก็โทรโลด 021871008 อิอิ

(เราได้ตั๋วไปกลับบาหลีราคาประมาณ 7xxx

ขาไปต่อเครื่องที่ กัวลาลัมเปอร์ - จาการ์ต้า - บาหลี

ขากลับจาก บาหลี - จาการ์ต้า - กรุงเทพ)

การมาบาหลีไม่ใช่เรื่องยากค่ะ

 

แต่อันต่อไปหนิ ยาก เพราะหาข้อมูลภาษาไทยไม่ค่อยได้ 

เลยอยากจะเขียนให้อ่านจากประสบการณ์ตรง

 

จากบาหลี ไปเกาะกิลี มีหลายวิธีค่ะ

แต่ละเรือจะผ่านทั้งสามกิลีเลย รวมถึงเกาะลอมบกด้วย

นั่งเครื่องไปลงลอมบกก็ได้ แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงการเดินทางจากบาหลีนะ

 

เส้นทางการเดินเรือ

Padang Bai (ท่าเรือบาหลี) - Lombok - Gili Air - Gili Meno - Gili Trawangan

 

FAST BOAT 

อันนี้วิธีเราเอง เราเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก 

คือเราจองจากที่พักที่รีเซฟชั่น และจะมีรถมารับหน้าที่พักเลย

แต่ละโรงแรมเนี่ยเค้าจะมีดีลกับทางบริษัทเรือกันอยู่แล้ว มันมีขายแน่นวลค่ะ

ส่วนใหญ่จะมีรอบเช้า และรอบบ่าย ต้องไปถามเวลากับร้านอีกทีนะ

ใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ 

ราคา 200,000 - 300,000 รูเปีย แล้วแต่ต่อราคาได้ 

ถ้าซื้อทั้งขาไปและขากลับก็จะถูกลง

ถ้าอยากได้ถูกกว่านี้ ลองเดินไปร้านทัวร์ข้างถนนดู

แล้วเปรียบเทียบราคากัน แต่เราว่ามันก็ไม่ต่างกันมากหรอก

 

PUBLIC FERRY

วิธีนี้สำหรับคน LOW BUDGET อยากเข้าถึงวิถีโลคอล

นั่งเรือไม้ชาวบ้าน ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ยังไม่รวมช่วงโหลดของนะ

ส่วนใหญ่แล้วชาวบาหลีและลอมบกก็ใช้เรือนี้แหละ แค่ 40,000 รูเปีย

หรือนักท่องเที่ยวบางคนอาจจะเหมาทั้งเรือเป็น Private Cabin เลยก็ได้

 

PRIVATE HELICOPTER

นั่งฮอข้ามไป นี่คงไม่ใช่วิถีคนอย่างเราค่ะ แต่จะบอกไว้ว่ามันมีนะ

ใช้เวลาแค่ 45 นาที นั่งได้ทีละ 5 คน ราคาไม่รู้ ลองเสิร์ชเอาได้ที่บริษัท Air Bali

GILI - BALI 002 เกริ่นมายาวไป๊ เข้าเรื่องเลยค่ะ

หลังจากรถตู้มารับที่โฮสเทล ตอน 10.30 

ก็ต้องเดินทางไปยังท่าเรือ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จาก kuta beach

และรอเรือออกรอบ บ่ายโมงตรง

เราลงเรือที่เกาะ Gili Trawangan ในวันแรก

เพราะได้ยินมาว่า GIli T (ขอเรียกย่อนะ เค้าก็เรียกแบบนี้กัน)

เป็นเกาะที่ครบที่สุด หาที่พักง่ายสุด เดินทางสะดวกสุด และคนเยอะสุด

 

หลังจากก้าวเท้าลงจากเรือ ก็เอ๋อเลย

เหมือนไม่ได้อยู่ในเอเชีย เกือบทั้งหมดเป็นฝรั่งหัวทอง

หาเอเชียหัวดำยากมาก จนรู้สึกว่าเราอาจจะเป็นคนไทยคนเดียวบนเกาะนี้ก็ได้

GILI - BALI 003 รถม้า

 

สิ่งที่ทำเราตกใจที่สุดคือ บนเกาะนี้ไม่มีรถยนต์ ไม่มีมอเตอร์ไซค์ แต่มีรถม้ากับจักรยาน

เค้าใช้รถม้าสัญจรไปมากันจริงๆ ทางเดินนี่ก็ต้องหลบให้เค้าหละ ม้าเป็นใหญ่

แต่มันก็ดีที่ทำให้อากาศที่นี่ดี ไม่มีมลพิษ ไม่ต้องมีปั๊มน้ำมัน

ไม่มีทิ้งสารลงทะเล นี่คือจุดที่ทำให้น้ำทะเลของกิลี ยังรักษาความใสไว้ได้

ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะแค่ไหนก็ตาม

 

เกาะนี้มีถนนเส้นหลักอยู่ตรงท่าเรือเลย ยาวประมาณกิโลนึงได้มั้ง

และมีถนนวิ่งรอบเกาะเลียบชายหาดเป็นวงกลม

แต่มันก็มีจุดนึงที่รถม้าไม่สามารถวิ่งรอบได้

ขนาดรถจักรยานยังต้องเข็นเอาเลย

GILI-BALI 004 โฮสเทล

 

ช่วงนี้เป็นช่วง  High Season ของบาหลี ก็คือ กรกฎา-กันยา

เพราะเค้าบอกว่ามันไม่มีมรสุม ฝนตกน้อย(ไม่ใช่ไม่ตกนะ)

กลัวโฮสเทลเต็ม ก็เลยต้องจองไว้ก่อนมา

ชื่อโฮสเทลว่า “Gili La Boheme” คืนละ 536 บาท ถือว่าแพงอยู่นะ

เพราะห้องไม่มีแอร์ แถมประตูล็อคไม่ได้ (อันนี้เพิ่งมารู้หลังเช็คอิน)

แต่ก็มีความดีไซน์เก๋และความโซนโซเชี่ยลอยู่ประมาณนึง

GILI-BALI 005 เพื่อนใหม่

 

เพื่อนใหม่ในโฮสเทลหาได้ง่ายๆนะสำหรับเรา

เพราะทุกคนเค้าเลือกนอนโฮสเทลเพราะจะหาเพื่อนเที่ยวกันอยู่แล้ว

 

หลังจากเราได้ทำความรู้จักกับนิค รูมเมทที่เข้าเช็คอินพร้อมกัน

พวกเราก็ตัดสินใจเดินสำรวจเกาะด้วยกัน

 

นิคเป็นผู้ชายอะไรก็ได้จริงๆ

ลองได้ทุกอย่าง ชวนทำอะไรก็ไปหมด ชวนกินอะไรก็กินหมด

ยิ่งมาเจอเราเป็นสายลองของแปลกด้วยแล้ว ก็ดีเลยนะ มีเพื่อนช่วยลองกิน

GILI-BALI 006 อาหารวันแรก

เนื่องจากหิวมาก เลยชวนนิคเดินเล่นหาอะไรกิน

เริ่มจากเนื้อปิ้งคุณยาย ที่นั่งขายอยู่ข้างทาง

ต่อด้วย ก๋วยเตี๋ยวสูตรไม่คุ้นลิ้น ใส้แป้งก้อนแทนลูกชิ้น 5555

ต่อด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง พลังตัวสามขา ที่หยิบมาจากตู้เพราะชอบโลโก้บนกะป๋อง

ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่ากินอะไรลงไป 5555

และปิดท้ายเครื่องดื่มแบบสวยๆ ด้วย BINTAN

เบียร์ที่อร่อยที่สุดในอินโดนิเซีย (สำหรับเรานะ)

นอนกินเบียร์ริมทะเล ดูพระอาทิตย์ตกดิน คืออะไรที่ชิลที่สุดแล้ว

GIL-BALI 007 น้ำทะเล

ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นมาบนเกาะ

Felicities ต่างๆที่เจอมันดึงดูดความสนใจจากทะเลไปเลย

แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่สวยนะ น้ำที่นี่ใสมวากกกก

ถ้าให้เทียบกับประเทศไทยก็สีประมาณ เกาะเต่า เกาะพงัน แต่ที่นี่ใสกว่า

 แต่แค่วันนี้มันครึ้มๆไปหน่อย

GILI-BALI 008 Scuba Diving

แผนของเราในวันที่ 2 คือ ไปดำน้ำลึก มิชชั่นที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ไทยแล้ว

เพียงแต่ยังมีความกลัวอยู่ เพราะที่เรียนมาเป็นภาษาไทย ครูคนไทย

แต่พอมาต่างประเทศแล้วเนี่ย มันจะพูดคนละแบบเลยอะ

แล้วนี่ก็เป็นการลง Diving ครั้งที่  6 เอง มันก็เลยตื่นเต้นมวากกก

 

ที่นี่มีร้านดำน้ำเยอะมาก แต่เราดำน้ำกับ Gili Divers ค่ะ

Dive Master เป็นฝรั่งทุกคนเด้อออออ

 

ส่วนนิคก็ลงเรียนดำน้ำใหม่ คอร์ส Open Water

บอกแล้วว่านางลองทุกอย่างจริงๆ

สิ่งพิเศษในการมาดำน้ำที่กิลีคือ

99%  เห็นเต่าทะเลแน่ๆ และอาจจะเห็นจนเบื่อเลยหละ

 

ซึ่งมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ

ใต้ทะเลมีทั้งเต่า ทั้งปลาหมึก ปลาไหลมอเรย์ อีกหลายๆตัว

แต่เสียดายที่ปะการังไม่ค่อยสวยอย่างที่คิด

GILI-BALI 009 BONFIRE

หลังจากกลับจากดำน้ำเสร็จแล้ว

วันนี้ที่โฮสเทลมี ปาร์ตี้ BONFIRE

มีคนอื่นๆจากที่อื่นก็มาแจมกันอย่างล้นหลามที่โฮสเทลเรา

แล้วรวมตัวเดินเป็นขบวนไปยังชายหาดลับ ประมาณ 1 กิโล

โดยแก๊งรีเซฟชั่นชาวอินโดเป็นคนจัดงาน และเซอร์วิสทุก ๆ อย่าง

กระทั่งขนถังน้ำแข็งแช่เบียร์ไปด้วย

 

ในระหว่างทาง แต่ละคนจะต้องช่วยกันถือไม้ไปเป็นฟืนสำหรับงานนี้

ก็เก็บกันสดๆจากข้างทางเลยนี่แหละ

พอถึงชายหาด งานก็เริ่มขึ้น 

มีทีมก่อไฟ มีทีมเอนเตอร์เทน ทีมเตะตะกร้อ และทีมกินแต่เบียร์

เราเองอยู่ในทีมสุดท้ายค่ะ 5555

 

บรรยากาศตอนนี้คือเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากๆ

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

ท้องฟ้าเป็นสีวานิลลา

คนแปลกหน้าเริ่มคุยกัน

แล้วฉันก็เริ่มจิบเบียร์เย็นๆ

แล้วปาร์ตี้ก็จบลงเพราะฝนตกลงมา 5555

 

GILI-BALI 010 SURROUNDING

วันที่ 3 บนเกาะ กิลีที

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่นี่คือ ปั่นจักรยานรอบเกาะ

แต่สำหรับใครที่ขี้เกียจก็นั่งรถม้ารอบเกาะก็ได้นะ

ในแต่ละทิศของเกาะ สีของน้ำทะเลก็แตกต่างกันไป

สีทรายก็ต่างกันอีก

บางที่เป็นทรายขาว บางที่เป็นทรายดำ และบางที่ก็ไม่มีทรายมีแต่หิน

แต่ที่มีเหมือนกันคือ ความชิลบนชายหาด

ทิศตะวันออกของเกาะเป็นหาดท่าเรือ

ตอนกลางวันน้ำจะใสมากกกกก ใสแบบฟ้าสุดๆ

ฝั่งทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นหาดปะการัง ทรายไม่ค่อยขาว

แต่บรรยากาศชิลมวากกกกกก

GILI-BALI 011 LANMARK

สิ่งที่ถ่ายมาแล้วรู้เลยว่าอยู่กิลิก็คงจะเป็นสิ่งนี้หละ

ชิงช้าในน้ำยามพระอาทิตย์ตกดิน

มันจะอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ

แต่เราดันมาตอนมันยังไม่ตกน่ะสิ

และที่สำคัญ วิวภูเขารินจานีที่ยิ่งใหญ่แห่งลอมบก

หลายคนก่อนที่จะมากิลี เขาก็ไปปีนเขารินจานีมาเหมือนกัน

รินจานีเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว สูงติดอันดับภูเขาที่สูงที่สุดในอินโด

ตรงกลางภูเขาไฟกลายเป็นทะเลสาบ

นั่นแหละที่ทำให้มันเป็นจุดขายของภูเขาไฟแห่งนี้


GILI-BALI 012 SNORKEL

 

เรือส่วนใหญ่จะวิ่งจาก Gili Air ไป Gili Meno แล้วไป Gili Trawangan และยาวไปเกาะบาหลี

หากเราอยากย้ายเกาะจาก Gili T ไป Gili Air จะยากละ อาจจะต้องเหมาเรือไป(แพง)

การซื้อทริปสน็อกเกิ้ลรอบเกาะจึงเป็นอีกวิธีในการย้ายเกาะ

และเดย์ทริปสน็อกเกิ้ลที่นี่คือถูกมาก 100 รูเปีย หรือประมาณ 300 บาทเท่านั้น

ดำได้ถึง 3 เกาะ ที่ไทยไปเกาะเดียวยังไม่ถูกขนาดนี้เลย

 

ทีเด็ดของสน็อกเกิ้ล หรือดำน้ำแบบผิวน้ำ ไม่ใช่การดูปะการังนะ

แต่เป็นการดูเต่านี้แหละ!!

นี่ถ้ารู้ว่าแค่สน็อคเกิลก็เจอเต่าแล้ว จะไม่เสียตังไปสกูบ้าเลย 5555

สกูบาทีนึง สน็อกเกิ้ลได้ 6 วันเลยเด้ออออ

 

จุดดำน้ำเค้าจะจอดให้ลงประมาณ 3-4 จุดแล้วแต่สภาพอากาศและคลื่นลม

ซึ่งคนขับจะขับวนรอบทั้ง 3 เกาะ และจอดให้พักทานข้าวเที่ยงที่เกาะ กิลีแอร์

(เราแบกกระเป๋าเดินทางขึ้นเรือดำน้ำมาด้วย เพื่อดรอปลงอิลีแอร์)

GILI-BALI 013 GILI AIR

 

ย้ายมาทีเกาะกิลีแอร์กันบ้างค่ะ

เกาะนี้เรามีเวลาอยู่แค่วันเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับไปบาหลี

เดินทางมาโดยเรือสน็อกเกิ้ลทริป และขอลงกลางทางที่กิลิแอร์

 

Gili Air ค่อนข้างเงียบกว่า Gili T

Gili T เนี่ยจะเป็นสายปาร์ตี้ บาร์เยอะมาก

แต่ Air แต่มันก็ชิลกว่า เหมาะสำหรับการมาอยู่นานๆ

และเราควรจะอยู่นานกว่านี้ T_T เสียดายที่เวลาหมดแล้ว

 

ความพีคของกิลีแอร์อยู่ที่ ที่นี่มี ATM แค่ 2 จุดเท่านั้น และมันก็เสียทั้งสอง!!!!

จังหวะนั้นคือเงินเราหมดพอดี เงินไม่พอไปจ่ายค่าโฮสเทลที่จองไว้

กะไว้ว่าจะกดเงินที่กิลีทีก็ดันลืมกด เพราะตื่นเช้ารีบมาขึ้นเรือดำน้ำนี่แหละ

เรียกง่ายๆว่า หมาจนตรอก จะนั่งเรือกลับบ้านยังไม่ได้เลย

T_T

ทำไงดี ทำไงดี

แหกกระเป๋าตังดูก็เหลือเศษเงินรูเปียอีกไม่กี่บาท กับแบงค์ไทยอีก 1800

ทางเลือกสุดท้ายคือ ขอให้มีที่แลกเงิน จะเรทเท่าไหร่ก็ช่างแล้ว ขอให้มีก็พอ

เลยไปถามพี่คนขับรถม้า ว่าที่แลกเงินอยู่ตรงไหน

พี่แกก็จะให้ขึ้นรถม้าให้ได้ ก็เลยบอกตกลงไป ว่า

“ถ้าแลกไม่ได้ก็ไม่มีเงินจ่ายนะ”

 

จอดร้านแรกไม่รับแลกเงินไทย…

 

ต้นอ้อเริ่มใจแป้วค่ะ

แต่พี่รถม้ายันสู้ บอกว่ามีอีกร้านนึง (ทั้งเกาะมีไม่กี่ร้าน)

และแล้ว พี่แกก็หาร้านแลกได้อีกร้าน ร้านนี้รับเงินไทยว่ะ

แต่เกิดปัญหายกที่ 2 คือ  แบงค์พันมีปัญหา เค้าบอกว่ามันเป็นแบงค์เก่า ไม่รับแลก

ต้องเป็นแบงค์ใหม่เท่านั้น

 

“เหี้ยละไง นี่ก็แบงค์ใหม่นะโว้ยยยยยย เนี่ย ไม่มีรอบขาดรอยยับ”

 

พี่แกเลยเปิดรูปแบงค์ใหม่ให้ดู (เสิร์ชกูเกิล) แล้วบอกว่ามันเพิ่งเปลี่ยน 1 เดือนที่แล้ว

อื้อหืออออออ เงิบแป๊ปปปป

 

เลยควักแบงค์ 500 ในกระเป๋าขึ้นมาอีกใบ โชคดีของต้นอ้อ ที่ใบนี้รอด

หยิบแบงค์ร้อยที่เหลือมาอีก 3 ใบ แต่แลกได้แค่ใบเดียว

 

สรุปว่าการแลกเงินในครั้งนี้ได้แค่ 600 บาท  กับเรทแลกเงินที่แย่ที่สุดในชีวิต

แถมจ่ายอิพี่รถม้าไปอีก 100 บาท (พลาดกับอิรถม้านี่แหละ)

 

นึกแล้วก็สงสารตัวเอง เหลือ 500 บาทจ่ายค่าโฮสเทลก็จะหมดแล้ว (180,000 รูเปีย)

การได้จิบเบียร์ริมหาด ปิดท้ายทริปเกาะกิลีก็คงกลายเป็นแค่ฝันสินะ

อย่าว่าแต่เบียร์เลย เงินกินข้าวยังไม่รู้จะพอมั้ยเลยค่ะ

 

ได้แต่หวังว่าวันพรุ่งนี้ เอทีเอ็มจะใช้ได้

GILI-BALI 014 BEGADANG

 

โฮสเทลที่เราจองมานี่ก็ดีโฮสเทล เบกาแดง “Begadang Gili Air”

มีสระว่ายน้ำ มีแอร์ ในราคาถูกว่าโฮสเทลในGili T

โชคดีของต้นอ้อ ที่โฮสเทลนี้เพิ่งมีระบบการจ่ายตังแบบ รูด Credit Card

 

“รอดแล้วว๊อยยยยยยยยย”

 

มีเงินกินข้าว มีเงินกินเบียร์แล้วววววววววว

แถมมีตัวเลือกให้นักท่องเที่ยวที่อยากประหยัดกว่านั้นอีก

ด้วยห้องรวม Outdoor นอนบนเพิงมุงหลังคา

ตีเป็นเงินไทยก็คืนละ 60 บาทเองจ้าาาาา

โอ้ยยย  อยากย้ายมาอยู่จริงๆ

 

GILI-BALI 015 SUNSET

เวลาที่เหลืออยู่ในวันนี้คือ การดูพระอาทิตย์ตกดิน

พร้อมเล่าเรื่องราวที่เจอมาให้กับเพื่อนใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง

พอเที่ยวนานๆ ก็เริ่มจะนับเพื่อนไม่ถ้วนแล้วล่ะ

นอกจากบางคนที่ถูกชะตาจริงๆ มันก็จะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้นาน

เข้าใจคำนี้เลย บางคนผ่านมาเพื่อแค่ผ่านไปเท่านั้นเอง

GILI-BALI 016 GOOD BYE

จริงๆ ทริปนี้ก็ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว

กลัวว่าเวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นความทรงจำที่เลือนลาง

ความสนุกแบบนี้จะรู้สึกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละมั้ง

ทริป 5 วันใน Gili

..

บางคนใช้ชีวิตทุกวันให้มันความสุข

แต่กับบางคนยอมใช้ชีวิตแบบทุกข์

เพื่อหวังว่าซักวันจะมีความสุข…

 

 

ไปละ

แล้วเจอกันระหว่างทางค่ะ