ทัวร์อเมริกาใต้ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู โคลอมเบีย เกาะอีสเตอร์

ทัวร์อเมริกาใต้ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู โคลอมเบีย เกาะอีสเตอร์

ทัวร์อเมริกาใต้ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู โคลอมเบีย เกาะอีสเตอร์

การผจญภัย เกมส์สำหรับครอบครัว ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โรแมนติก ช้อปปิ้ง ดินเนอร์ ศาสนา พักโรงแรม 4 ดาว ล่องเรือ กระเช้าลอยฟ้า
รายละเอียด

ทัวร์อเมริกาใต้ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู โคลอมเบีย 21 วัน 17 คืน เดินทางด้วยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) เอลคาลาฟาเต้ ธารน้ำแข็งเปอร์ริโต โมริโน น้ำตกอิกวาสุ ล่องเรือเจทมาคูโค ริโอเดอจาเนโร เคเบิ้ลคาร์ขึ้นชูการ์โลฟ พระเยซูคริสต์ใหญ่ที่สุดในโลก ชมขบวนคาร์นิวัล รอบแชมเปี้ยน ชิลี ซานเตียโก เกาะอีสเตอร์ รูปปั้นโมอาย ลิมา(เปรู) ถิ่นกำเนิดจักรวรรดิอินคา คูซโก้ มาชูปิคชู โบโกตา (โคลอมเบีย)


รหัสทัวร์ : TATCO6035
 บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา
สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์
วันที่เดินทาง :
22 ก.พ. 2563 ถึง 13 มี.ค. 2563
ราคาเริ่มต้น
USD 13,570
ทำไมต้องจองทัวร์กับเรา
  • ราคาสุดท้ายไม่บวกเพิ่ม
  • รับประกันราคาที่ดีที่สุด
ติดต่อสอบถาม
02 187 1008
จันทร์ - เสาร์ 09:00 น. - 18:00 น.
วันที่ กำหนดการ อาหารเช้า อาหารเที่ยง อาหารเย็น โรงแรม
กรุงเทพ – อิสตันบูล -
อิสตันบูล – บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) Dazzler by Wyndham Buenos Aires Palremo Hotel or a similar hotel
บัวโนสไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ –ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน ณ อุทยานแห่งชาติ ลอส กลาเซียร์ Alto Calafate Hotel Patagonia or a similar hotel. (Overnight 1)
ล่องเรือชมธารน้ำแข็งอัปซาลา – 4WD อัปซาลา วิวพอยท์ Alto Calafate Hotel Patagonia or a similar hotel. (Overnight stay 2)
คาลาฟาเต้ – บัวโนสไอเรส American Park Buenos Hotel or a similar hotel
น้ำตกอิกวาสุฝั่งอาร์เจนตินา (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) Wydham Hotel Iguazu or equivalent (1st night stay)
น้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) ฝั่งบราซิล – ล่องเรือเจทมาคูโค – เขื่อนอิไตปู Wydham Hotel Iguazu or a similar hotel (1st night)
ริโอเดอจาเนโร – ชมขบวนคาร์ริวัล รอบแชมเปี้ยน (ที่นั่ง Sector 9: Front Box Zone) Windsor Windsor Excelsior Copacabana or a similar hotel (Overnight 1)
พระเยซูคริสต์ – เคเบิ้ลคาร์ขึ้นยอดเชาชูการ์โลฟ – เที่ยวชมเมืองริโอ เดอจาเนโร Windsor Excelsior Copacabana or a similar hotel. (Overnight stay 2)
ริโอเดอจาเนโร – ซานเตียโก (ชิลี) Holiday Inn Santiago Hotel or a similar hotel
เกาะอีสเตอร์, รูปปั้นปริศนาโมอาย (พักค้าง 2 คืน) Taha Tai Hotel or a similar hotel. (Overnight 1)
เกาะอีสเตอร์ – ราโน ราราคู Taha Tai Hotel or a similar hotel. (Overnight stay 2)
เกาะอีสเตอร์ – ซานเตียโก Holiday Inn Santiago Hotel or equivalent.
ลิมา – พิพิธภัณฑ์ทองคำ – เที่ยวชมเมืองลิมา Casa Adina Select Hotel or a similar hotel.
ลิมา – คูซโก้ – วิหารพระอาทิตย์ – กำแพงเมืองซัคไซฮัวมัน Casa Adina Sacred Valley Hotel or a similar hotel.
นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ มาชู ปิคชู (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก) – ชมเมืองคูซโก้ Sonesta Hotel Cusco or a similar hotel
คูซโก้ – โบโกตา (โคลอมเบีย – พักค้าง 2 คืน) Estelar Parque de la 93 Hotel or a similar hotel (Overnight 1)
โบโกตา Estelar Parque de la 93 Hotel or a similar hotel. (Overnight stay 2)
โบโกตา – อิสตันบูล -
อิสตันบูล -
กรุงเทพมหานคร -
ตารางการเดินทาง
  • กรุงเทพ – อิสตันบูล
    20.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เชคอินสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
    23.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.55 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน หมายเหตุ ท่านที่เดินทางในชั้นธุรกิจ สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส มีบริการ wifi on board ฟรี ตลอดการเดินทาง, สำหรับชั้นนักท่องเที่ยว มีบริการไวไฟ ฟรี 30 นาที
  • อิสตันบูล – บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา)
    06.20 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูลแวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน TK15 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินอิสตันบูล ตามอัธยาศัย (สนามบินแห่งใหม่ใหญ่กว่าเดิมมาก)
    10.25 น.  ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (IST) สู่ สนามบินมินิสโตร ปิสตารินี (EZE) ประเทศอาร์เจนติน่าโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส  สายการบินมีบริการอาหารเช้าบนเครื่อง (ใช้เวลาบินประมาณ 18.10 ชั่วโมง) บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวันบริการบนเครื่องบิน
    22.35 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ มินิสโตร ปิสตารินี (EZE) ประเทศอาร์เจนตินา นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  นำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศสู่โรงแรมที่พัก เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนและปรับเวลา หลังผ่านการเดินทางข้ามทวีปสู่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศในทวีปอเมริกาใต้ 
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Dazzler by Wyndham Buenos Aires Palremo Hotel หรือเทียบเท่า
  • บัวโนสไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ –ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน ณ อุทยานแห่งชาติ ลอส กลาเซียร์
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    06.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเชคอิน เดินทางสู่เมือง เอล คาลาฟาเต้ (El Calafate)
    08.00 น. ออกเดินทางสู่เมือง เอล คาลาฟาเต้ โดยเที่ยวบิน LA……. (ใช้เวลาบินประมาณ 3.20 ชั่วโมง)
    11.22 น. เดินทางถึงสนามบิน เอล คาลาฟาเต้ เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศ อาร์เจนติน่า
    กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน (Perito Moreno Glacier) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) เป็นหนึ่งในหลายๆธารน้ำแข็งที่สวยงามของประเทศอาร์เจนติน่า นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย นำท่านชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน เป็นธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อมาก ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวน้ำ เป็นธารน้ำแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อน พื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทำให้ก้อนน้ำแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนน้ำแข็งมหึมาที่ตกลงในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารน้ำแข็งจะขยายตัวในทุกๆรอบสี่ปี เนื่องจากธารน้ำแข็งไปปิดทางออกของน้ำ ระดับน้ำในทะเลสาบจึงมักเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งทลาย กลายเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจ และกินเวลาหลายชั่วโมงจึงจะยุติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จึงต่างเดินทางมาเพื่อมาจดจ่อรอชม และฟังเสียงก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงสู่ ทะเลสาบ Argentino อันเป็นไฮไลท์ของโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Alto Calafate Hotel Patagonia  หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
  • ล่องเรือชมธารน้ำแข็งอัปซาลา – 4WD อัปซาลา วิวพอยท์
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซ ซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร เพื่อนำท่าน ล่องเรือชมธารน้ำแข็งอัปซาลา (UPSALA GLACIER) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของทะเลสาบอาร์เจนติน่า (ARGENTINE LAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ 
    กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งด้วยการนั่งรถโฟร์วีล 4x4 วิ่งขึ้นเขาไปตามเส้นทางจนกระทั่งถึงจุดชมวิวซึ่งเรียกว่าเป็น UPSALA VIEWPOINT (หมายเหตุ...การล่องเรือชมธารน้ำแข็ง และการนั่งรถ 4WD ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางทัวร์จะจัดหากิจกรรมทดแทน) เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Once in a life time ที่ท่านไม่ควรพลาด กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Alto Calafate Hotel Patagonia หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
  • คาลาฟาเต้ – บัวโนสไอเรส
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่าน ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentino สภาพทั่วไป ถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูงใหญ่ สองฟากฝั่งของถนนสายหลักในหมู่บ้าน เรียงรายไปด้วยโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกที่ท่านสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคาร และสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วงยุคบุกเบิก กระทั่งได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
    10.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินคาลาฟาเต้ เพื่อเชคอิน
    12.10 น. ออกเดินทางจากสนามบินคาลาฟาเต้ สู่ สนามบินบัวโนสไอเรสโดยเที่ยวบิน AR…. (ใช้เวลาเดินทาง 3.30 ชม.) 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box
    15.03 น. เดินทางถึง สนามบินบัวโนสไอเรส นำท่านชม กรุงบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) เมืองหลวงของอาร์เจนตินา เมืองใหญ่อันดับสองของอเมริกาใต้ รองจาก นครเซาเปาโลของบราซิล ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางใต้ของแม่น้ำริโอเดอลาพลาตา (Rio de la Plata) ถือว่าเป็นอีกเมืองที่ได้รับวัฒนธรรมยุโรปเป็นอย่างมาก จนได้รับการขนานนามว่า "ปารีสแห่งอเมริกาใต้" เมืองนี้มีความเจริญและมีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบลาตินอเมริกา นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบประธานาธิบดีหรือที่มีชื่อเรียกว่า “คาซา โรซาดา” (Casa Rosada) แปลว่าบ้านสีชมพูหรือบ้านสีกุหลาบเพราะใช้หินสีชมพูก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้า จัตุรัสมาโย (Plaza De Mayo) อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามของเมืองและสถาปัตยกรรม อาคารสำนักงานต่างๆที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะยุโรป นำท่านเข้าชมมหาวิหารโรเซอร์เรตต้า (The Metropolitan Cathedral) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1677 และได้พังทลายลงในปี 1753 ต่อมาได้มีการบูรณะสร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้นมาใหม่โบสถ์แห่งนี้เป็นที่ฝังศพของ นายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน นักปฎิวัติผู้ยิ่งใหญ่และผู้นำอิสรภาพสู่อาร์เจนตินา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จตุรัสคองเกรส ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งชาติ (Parliament House) นำท่าน ผ่านชมถนน 9 กรกฎาคม (Avenida 9 de Julio) ซึ่งชาวอาร์เจนตินาอ้างว่าถนนสายนี้เป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก ผ่านชมที่ตั้งของเสาโอบิลิกส์ (Obelisk El Obelisco) สร้างขึ้น ในปี 1936 ณ ส่วนกลางของถนนแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ธงอาร์เจนตินาถูกเชิญสู่ยอดเสาเป็นครั้งแรก เป็นที่จัดประชุมทางการเมือง งานดนตรี และเป็นสถานที่ฉลองชัยชนะของทีมฟุตบอลอาร์เจนตินา นำท่านเข้าชมที่ฝังศพของเอวิต้า เปรอง (Tomb of  Evita Peron) หรือ เอวา เปรอง อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศอาร์เจนตินา ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้นายพลฮวน เปรอง  ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งอาร์เจนตินา ด้วยคำแนะนำต่างๆของเธอ เอวิต้า เปรอง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2495 ด้วยโรคมะเร็งมดลูก ด้วยวัยเพียง 33 ปีเท่านั้น ซึ่งสร้างความเศร้าเสียใจกับประชาชนชาวอาร์เจนตินาเป็นอย่างมาก ประวัติชีวิตของเอวามีคนนำไปทำหนังสือ ละครเวที และสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งที่ฮอลิวู้ดได้เคยนำมาทำเป็นภาพยนตร์นำแสดงโดย มาร์ดอนน่า และเพลงที่รู้จักกันทั่วโลก อย่าง Don’t Cry for me Argentina
    ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก American Park Buenos Hotel หรือเทียบเท่า 

     

  • น้ำตกอิกวาสุฝั่งอาร์เจนตินา (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก)
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    09.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส
    11.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิกวาสุ โดยเที่ยวบิน LA….. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.50 ชั่วโมง)
    13.35 น. เดินทางถึงสนามบินอิกวาสุ 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านชม น้ำตกอิกวาสุ ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนตินา) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความงดงามของน้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) อย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่อลังการตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางข้ามสู่ฝั่งบราซิล
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Wydham Hotel Iguazu หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 1)
  • น้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) ฝั่งบราซิล – ล่องเรือเจทมาคูโค – เขื่อนอิไตปู
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาสุ (Iguaza Fall) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษากวารานี (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่”  ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 น้ำตกอิกวาสุตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกโดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกา น้ำตกอิกวาสุเกิดจากแม่น้ำอิกวาสุซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกใหญ่น้อยอีกกว่า 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม แต่ทางฝั่งอาร์เจนตินาสามารถเข้าชมน้ำตกได้ใกล้กว่า นำท่านสัมผัสบรรยากาศ น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งเป็นฝั่งที่ท่านสามารถมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงามที่สุด ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ กว่า 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำสีสวยสดใส ซึ่งท่านสามารถเดินเข้าไปสัมผัสกับพลังของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านล่องเรือเจทมาคูโค (Macuco Safari Boat) ชมความสวยงามของแม่น้ำอิกวาสุ และชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้แบบใกล้ชิด (กรุณาเตรียมเสื้อผ้า 1 ชุด สำหรับเปลี่ยนหลังล่องเรือแล้ว) นำท่านชมเขื่อนอิไตปู (Taipu Dam) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นจัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนในประเทศจีนจะมีการก่อสร้างเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างในปีค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปีค.ศ.1988 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี คำว่า “อิไตปู” มาจากภาษากวารานิของชาวอินเดียนแดงชนเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” เขื่อนอิไตปู กั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย ซึ่งนอกจากเป็นผนังกั้นน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศอีกด้วย ตัวเขื่อนมีขนาดความสูง 180 เมตร ความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างกว่า 28 ล้านตัน และใช้เหล็กมากขนาดที่ว่าใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 380 หอเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย เนื่องจากความอลังการของเขื่อนแห่งนี้
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Wydham Hotel Iguazu หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 1)
  • ริโอเดอจาเนโร – ชมขบวนคาร์ริวัล รอบแชมเปี้ยน (ที่นั่ง Sector 9: Front Box Zone)
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    อิสระให้ท่านได้พักผ่อนภายในโรงแรมตามอัธยาศัย
    10.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินอิกวาสุ เพื่อเดินทางสู่สนามบินริโอเดอจาเนโร
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box
    13.15 น. ออกเดินทางสู่สนามบินริโอเดอจาเนโร โดยเที่ยวบิน LA…… (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
    15.15 น. เดินทางถึงสนามบินริโอเดอจาเนโร
    นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก เพื่อให้ท่านได้พักผ่อน และ ผ่อนคลายอิริยาบถ ก่อนนำท่านชมขบวนคาร์นิวัลหรือท่านจะเลือกเดินเล่นริมหาดโคปาคาบานาได้เช่นกัน
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
    หลังอาหารมื้อค่ำ นำท่านสู่ แซมโบโดรม (Sambodrome) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันขบวนคาร์นิวัล อันยิ่งใหญ่งดงามตระการตา ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลคาร์นิวัลแบบใกล้ชิด และจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือน (ที่นั่ง Sector 9 : Front Box Zone)
    หมายเหตุ หากท่านไม่ต้องการชมขบวนคาร์นิวัล สามารถหักค่าตั๋วคืน 10,000 บาท
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Excelsior Copacabana หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)

     

  • พระเยซูคริสต์ – เคเบิ้ลคาร์ขึ้นยอดเชาชูการ์โลฟ – เที่ยวชมเมืองริโอ เดอจาเนโร
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านนั่งรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
    บ่าย นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์สู่ ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf  Mountain) ยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดโคปาคาบานาในเมืองริโอ เดอ จาเนโร มีความสูง 1,400 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าว กวานาบารา และตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด ท่านสามารถชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ เดอจาเนโร จากมุมสูงของยอดเขาชูการ์โลฟ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมือง ริโอ เดอจาเนโร ซึ่งเป็นประตูสู่บราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านผ่านชม สนามกีฬามารากาน่า (Maracana stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้า และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิก 2016 นำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค (Flamengo Park) สะพาน Neteroi ก่อนลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบานา (Copacabana Beach) ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (พิเศษ กับ เมนูกุ้งมังกร)
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Excelsior Copacabana หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
  • ริโอเดอจาเนโร – ซานเตียโก (ชิลี)
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    08.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินริโอเดอจาเนโร เพื่อเชคอิน
    11.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก โดยเที่ยวบิน LA 841 (ใช้เวลาบินประมาณ 4.43 ชั่วโมง)
    16.13 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก ประเทศชิลี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของเมืองซานเตียโก (Santiago) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 520 เมตร (1,700 ฟุต) ในหุบเขาตอนกลางของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานเตียโกเมโทรโพลิแทน กว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา พร้อมๆ กับการพัฒนาเขตชานเมืองอย่างกว้างขวาง ศูนย์การค้าหลายสิบแห่ง และสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ รวมทั้งมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของละตินอเมริกา เช่น ซานเตียโกเมโทร (Santiago Metro) และระบบใหม่ "โกสตาเนรานอร์เต”  (Costanera Norte) เป็นระบบขนส่งของย่านกลางกรุง เชื่อมระหว่างด้านตะวันออกสุดไปด้านตะวันตกสุดของเขตเมืองภายในเวลา 15 นาที นำท่านแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง (Santiago city hall) นำท่านสู่ย่านจตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม (Plaza De Arm) อันเป็นจตุรัสที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณต่างๆมากมาย นำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งซานเตียโก (Cathedral of Santiago) เป็นมหาวิหารที่สร้างด้วยศิลปะนีโอคลาสสิคสร้างตั้งแต่ปี 1748 แล้วเสร็จในปี 1800 นำท่านเข้าชมความงดงามภายในมหาวิหารแห่งนี้  นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าของพระราชวังโมนิดา (La Moneda Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศชิลี และใช้เป็นสถานที่ราชการของกระทรวงต่างๆของประเทศชิลี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปบริเวณลานด้านหน้า พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดย โจแอนควิน โทเอากา สถาปนิกชาวอิตาเลียน สร้างขึ้นในปี 1784-1805 ในแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค และมีเสาโรมันขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นซุ้มประตู ความสวยงามและเก่าแก่ของพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Holiday Inn Santiago Hotel หรือเทียบเท่า 
    (ข้อเสนอแนะ........กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็ก เพื่อค้าง 2 คืน ที่เกาะอีสเตอร์ กระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรม)
  • เกาะอีสเตอร์, รูปปั้นปริศนาโมอาย (พักค้าง 2 คืน)
    เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบ Breakfast Box
    04.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก เพื่อเชคอิน
    06.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอีสลา เดอ ปาชัวร์ โดยเที่ยวบิน LA 843 (ใช้เวลาบินประมาณ 5.15 ช.ม.)สายการบินมีบริการอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน
    09.45 น. เดินทางถึงสนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์
    นำท่านชมเกาะอีสเตอร์ เป็นเกาะขนาดเล็กที่ถือว่าตั้งอยู่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก โดยเกาะนั้นมีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 25 กิโลเมตร แต่ถึงแม้ว่าเกาะจะมีขนาดเล็ก แต่ประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์นั้นยิ่งใหญ่เกินขนาดของเกาะเป็นหลายเท่าตัวเลยโดยสิ่งก่อสร้างที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ คือ รูปสลักหินขนาดยักษ์ หรือที่รู้จักในนาม “โมอาย” (Moai)  แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหินและกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ซึ่งรูปสลักในยุกแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค.ศ. 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า โมอาย (Moai) ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ โมอาย เป็นรูปปั้นหินซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัด โมอายถูกพบมากกว่า 600 ตัว กระจายอยู่ทั่วเกาะอีสเตอร์ในอุทยานแห่งชาติลาปานุย ประเทศชิลี โมอายเกือบทั้งหมดที่พบนั้นถูกแกะสลักมาจากหินก้อนเดียว แต่ก็มีบางตัวซึ่งมี Pukau ลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ โมอายเกือบทั้งหมดถูกแกะสลักมาจากเหมืองหินที่ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติลาปานุย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995  เพื่อถ่ายรูปกับโมอาย สัญลักษณ์แห่งเกาะอีสเตอร์ นำท่านถ่ายรูปกับ โมอาย 7 ตัว หรือที่รู้จักกันในนาม อาฮู อากิวี (Ahu Akivi) สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ โฮตู มาตูอา (King Hotu Matua) จากนั้นนำท่านสู่บริเวณที่เชื่อว่าเป็นที่ทำหมวกของโมอาย หรือที่รู้จักในนาม ปูนาเปา (Puna Pau Quarry) ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนที่สำคัญของโมอายที่สร้างเหมือนมีหมวกบนหัว  
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Taha Tai Hotel หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
     
  • เกาะอีสเตอร์ – ราโน ราราคู
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ ตอนใต้ของเกาะอีสเตอร์ เพื่อไปชมความมหัศจรรย์ของทุ่งโมอาย ณ เหมืองหิน ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ จากการค้นพบรูปปั้นที่ยังแกะสลักอยู่ครึ่งๆกลางๆนั้น ทำให้มีการสันนิษฐานว่าเหมืองหินได้ถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทันหัน นอกจากนั้นในการค้นพบโมอายเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพล้มนอน เชื่อว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะเป็นผู้ทำให้มันล้ม ลักษณะที่เด่นชัดของโมอาย คือส่วนหัว แต่ก็มีโมอายหลายตัวซึ่งมีส่วนหัวไหล่ แขน และลำตัว ซึ่งเป็นโมอายที่พบหลังจากถูกฝังมานานนับปี ความหมายและวัตถุประสงค์ของการสร้างโมอายนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดและมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา ข้อสันนิษฐานที่แพร่หลายมากคือโมอายถูกแกะสลักโดยชาวโพลิเนเชียน (Polynesian) ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะนี้เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว ข้อสันนิษฐานเชื่อว่าพวกโพลิเนเชียนอาจสร้างโมอายขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรืออาจจะเป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญ ณ สมัยนั้นหรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของครอบครัว อิสระให้ท่านเก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของทุ่งโมอายนับร้อยตัว
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งเกาะอีสเตอร์ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับโมอาย อาฮูตองการิกิ (Ahu Tongariki) ซึ่งเป็นโมอายที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะอีสเตอร์ จากนั้นนำท่านชมโมอาย Ahus Nau Nau และ โมอาย Ature Huke และชมโมอาย Pukau ลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากโมอายโดยทั่วไปที่นิยมแกะสลักจากหินก้อนเดียว ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Taha Tai Hotel หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
  • เกาะอีสเตอร์ – ซานเตียโก
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านเที่ยวชมและเก็บภาพความสวยงามของปากปล่องภูเขาไฟราโนเกา (Rano KAu Volcano) จากนั้นนำท่านสู่จุดชมวิวที่ทำให้สามารถเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างชัดเจน ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโอรองโก (Orongo Ceremonial Village) หมู่บ้านที่ใช้จัดพิธีการเลือกหัวหน้าเผ่า ผู้ครองเกาะ โดยการที่ชายหนุ่มที่มีความแข็งแกร่งกระโดดลงหน้าผา และ ว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะนก เพื่อไปนำไข่นกแล้วว่ายน้ำกลับมายังเกาะอีสเตอร์ เป็นพิธีการเลือกผู้นำของชาวลาปานุยมาช้านาน อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและชมทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะนก และเกาะอีสเตอร์ ตลอดจนบ้านพักอาศัยของชาวเมืองในสมัยก่อน
    11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    13.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์
    14.45 น. ออกเดินทางสู่เมืองซานเตียโก ประเทศชิลี โดยเที่ยวบิน LA842 สายการบินมีบริการอาหารค่ำ ระหว่างเที่ยวบิน
    21.25 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Holiday Inn Santiago Hotel หรือเทียบเท่า 
  • ลิมา – พิพิธภัณฑ์ทองคำ – เที่ยวชมเมืองลิมา
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    06.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก (SCL) เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่กรุงลิมา ประเทศเปรู
    09.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงลิมา (Lima) โดยเที่ยวบิน LA 600 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง)
    10.50 น. เดินทางถึงสนามบินลิมา ประเทศเปรู
    นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากร จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ช
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปะวัตถุซึ่งทำด้วยทองคำของชาวเปรูมาตั้งแต่อดีตกาล นำท่านชม กรุงลิมา (Lima) เมืองหลวงที่ยังคงรักษาความเป็นละตินอเมริกาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองลิมาตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1535 โดยชาวสเปนชื่อฟรานซิสโก ปิซาโร และ ในปี ค.ศ.1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิมาเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม นำท่านผ่านชม จตุรัส อาร์มาส (Plaza De Armas)  แวะถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาล (Lima Parliament) ซึ่งเด่นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล  จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ The Basilica Cathedral of Lima เป็นโบสถ์คาทอลิคที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1535 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Casa Adina Select Hotel หรือเทียบเท่า 

     

  • ลิมา – คูซโก้ – วิหารพระอาทิตย์ – กำแพงเมืองซัคไซฮัวมัน
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    06.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินลิมา เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองคูซโก้
    09.07 น. ออกเดินทางสู่เมืองคูซโก้ (Cuzco) โดยเที่ยวบิน LA…… (ใช้เวลาบินประมาณ 1.20 ช.ม.)
    10.50 น. เดินทางถึงสนามบินคูซโก้
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
    บ่าย นำท่านชม เมืองคูซโก้ เมืองหลวงของอาณาจักรอินคา ที่แพร่ขยายอำนาจจนกินพื้นที่ 2 ใน 3 ของอเมริกาใต้ ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,400 เมตร และเป็นแหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ลึกลับน่าทึ่ง เป็นชุมชนเก่าแก่ของจักรวรรดิอินคาอันรุ่งเรือง ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยความเจริญไว้ให้เห็นเป็นซากปรักหักพักโบราณและโบราณวัตถุต่างๆ นำท่านเข้าชมวิหารโคริคันชา หรือที่รู้จักในนาม วิหารพระอาทิตย์ (Qoriqancha, The Sun Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าดวงอาทิตย์ จากนั้นสัมผัสกับความมหัศจรรย์ในการก่อสร้างที่แข็งแรงของกำแพงเมืองของชาวอินคา กำแพงซัคเซฮัวมัน (Sacsayhuaman) ที่สร้างขึ้นพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรูและป้องกันแผ่นดินไหว สิ่งเหล่านี้ได้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของชาวอินคาอย่างน่าประหลาดใจ ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ หุบเขาซาเครท (Sacred Valley) อันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ที่จะเปิดให้ท่านเดินทางไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างมาชู ปิคชู   
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Casa Adina Sacred Valley Hotel หรือเทียบเท่า 
  • นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ มาชู ปิคชู (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก) – ชมเมืองคูซโก้
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านเดินทางออกสู่นครโบราณของอาณาจักรอินคา มาชูปิคชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลกโดยรถไฟไต่ขึ้นเทือกเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ระหว่างทางท่านจะได้ชมความสวยงามและความลึกลับของบรรยากาศโดยรอบที่เข้ากับสถานที่ ข้างทางเป็นแม่น้ำ อูรูบัมบา (Urubamba) ไหลแรงคดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่ปลายทางที่สถานีเมืองอควาส์ กาเลียนเต้ส์ (Aquas Calientes) จากนั้นเดินทางโดยรถบัสสู่มาชูปิคชู (Machu Picchu) นครที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ นครโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบโดยฮิรัม บิงแฮม ซึ่งตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาอันเป็นที่ตั้ง คือ Machu Picchu ซึ่งมีความหมายว่า Old Mountain และข้างๆ ยังมียอดเขา Huayna Picchu  หรือ New Mountain ตัวโบราณสถานมาชู ปิคชูนั้น ซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า และ ณ ที่แห่งนี้คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาในศตวรรษที่ 15 อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ ที่ยากต่อการมาถึงของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    อิสระให้ท่านชม เก็บภาพ ความสวยงามของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ควรพลาดที่จะได้มาเยือน
    บ่าย               ออกเดินทางโดยรถไฟกลับสู่ เมืองคูซโก้ ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อีกฟาก ของรถไฟ ตลอดเส้นทางการไต่ลงจากเทือกเขาแอนดิส พร้อมความภูมิใจและความประทับใจที่ครั้งหนึ่งท่านได้มาเยือน เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอินคา เมืองโบราณที่หายสาบสูญมานาน และได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย 
    ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์พื้นเมืองของชาวอินคา
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Sonesta Hotel Cuscoหรือเทียบเท่า 
  • คูซโก้ – โบโกตา (โคลอมเบีย – พักค้าง 2 คืน)
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้ เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ นำท่านเดินชมความสวยงามของเมืองคูซโก้ จากนั้นนำท่านสู่ จตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จตุรัสนักรบ (Square of the warrior) จตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    13.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินคูซโก้
    14.03 น. ออกเดินทางจากสนามบินคูซโก้ สู่สนามบินโบโกตา โดยเที่ยวบิน AV144 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.14 ชั่วโมง)
    19.17 น. เดินทางถึงสนามบินโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย
    นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Estelar Parque de la 93 Hotel หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
  • โบโกตา
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    นำท่านเที่ยวชม กรุงโบโกตา (Bogota) เมืองหลวงของโคลอมเบีย นำท่านชมจตุรัสโบลิวาร์ (Plaza de Bolivar) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง และยังเป็นที่ตั้งอนุเสาวรีย์ ไซมอน โบลิวาร์  ผู้นำแห่งการเคลื่อนไหวให้ประเทศในเขตอเมริกาใต้ปลดแอกตัวเองจากการเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจผู้ล่าอาณานิคม จนได้รับหรือที่รู้จักในนาม “สงครามโบลิวาร์” โดยศิลปินชาวอิตาเลี่ยนได้เป็นผู้รังสรรค์รูปปั้นนี้ในปี 1846 บริเวณจตุรัสแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการของรัฐบาล โดยทางทิศเหนือเป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งความยุติธรรม (Palace of Justice) อาคารที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมของประเทศ ส่วนทางทิศใต้ของจตุรัสเป็นที่ตั้งของรัฐบาลและอาคารรัฐสภาของโคลอมเบีย นำท่านถ่ายรูปกับหมู่อาคารในแบบโคโลเนียลสเปน ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและยังคงสภาพสมบูรณ์จวบจนปัจจุบัน ทางตะวันออกของจตุรัสเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งโบโกตา (Primary Cathedral of Bogota) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างในศตวรรษที่ 17 และยังคงความงามจนปัจจุบัน 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    บ่าย นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum – El Museo del Oro) แห่งโคลอมเบีย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ และ วัสดุอื่นๆจากทองคำในช่วง Pre-Hispanic มีชิ้นงานล้ำค่าจัดแสดงกว่า 55,000 ชิ้น นอกจากนี้ในส่วนชั้นสอง และ ชั้นสามของพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดง ข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่สามารถขุดพบในประเทศโคลอมเบีย สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองในอดีต นำท่านเที่ยวชม ย่านแคนเดอลาเรีย (La Candelaria) ย่านประวัติศาสตร์อันเก่าแก่แห่งกรุงโบโกตา ที่ซึ่งมีการรักษาและบูรณะอาคารและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่นับร้อยปี รวมถึงโบสถ์ที่มีอายุกว่า 400 ร้อยปี นำท่านเข้าชมความงามของโบสถ์ ซานฟรานซิสโก (San Francisco Church) ได้เวลานำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์สู่ ยอดเขามองเซอร์รัต (Monserrate) เป็นเทือกเขาแนวยาวโอบล้อมกรุงโบโกตา บนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เก่าแก่อีกด้วย นำท่านเข้าชมโบสถ์แห่งยอดเขามองเซอร์รัต จากนั้นอิสระให้ท่านได้เก็บภาพกรุงโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบียจากมุมสูง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในการชมวิวเมืองโบโกตา
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Estelar Parque de la 93 Hotel หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
  • โบโกตา – อิสตันบูล
    เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
    06.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินโบโกตา เพื่อเชคอิน (กระเป๋าเชคทรู ถึงกรุงเทพ)
    09.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินโบโกตา สู่สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK800 (ใช้เวลาบินประมาณ 13 ชั่วโมง) บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวันบนเครื่องบิน
     
  • อิสตันบูล
    09.55 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่าน เข้าชมพระราชวังโดลมาบาชเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ  บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน       ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่ 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
    บ่าย นำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ มาร์เกต (Spice Market) หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี แอปปลิคอทหรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
    17.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินอิสตันบูล
    20.55 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 64 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.10 ชั่วโมง) 
    สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า
     
  • กรุงเทพมหานคร
    10.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ....
ข้อตกลงและเงื่อนไข

ชำระเงินเต็มจำนวน

แพ็กเกจนี้รวม
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TK/LA/AV (กระเป๋าเดินทาง น้ำหนัก ไม่เกิน 23 กก./ใบ)

  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ

  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท   (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)

  • ค่าภาษีในประเทศทุกประเทศในรายการ

  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)

  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่

  • น้ำดื่มบริการบนรถ 1 ขวดต่อท่านต่อวัน  

  • ค่าวีซ่าโคลอมเบีย

  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง ค่าทิป พนักงานขับรถ, ไกด์ไทย, ไกด์ท้องถิ่น

แพ็กเกจนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มิได้ระบุ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 
เงื่อนไขการยกเลิก
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 120 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า หรือไม่มีค่าใช้จ่ายในการสำรองมัดจำจากโรงแรม)

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 70-119 วัน หักค่ามัดจำ 20,000 บาท

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45-69 วัน หักค่ามัดจำ 30,000 บาท

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 26-44 วัน หักค่ามัดจำ 50,000 บาท

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-25 วัน หักค่ามัดจำ 100,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 4-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 50-75% ของค่าทัวร์

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-3 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 

หมายเหตุ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจราจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด

  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งก่อนเดินทาง

  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 

  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู