บากู ภูเขาโคลน ทบิลิซี คาซเบกี้ อัพลิสต์ชิเคห์ เซวาน วิหารเกกฮาร์ด วิหารคอร์วิราพ เยเรวาน

อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย ภูเขาโคลน ทะเลสาบเซวาน โปรโมชั่น

การผจญภัย เกมส์สำหรับครอบครัว ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โรแมนติก ช้อปปิ้ง ดินเนอร์ เที่ยวอิสระ เที่ยวเต็มวัน, ไม่มีวันอิสระ พิพิธภัณฑ์
รายละเอียด

อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย 10 วัน 7 คืน เดินทางด้วยสายการบินเอมิเรตส์ พาชมเมืองบากู ภูเขาโคลน ทบิลิซี คาซเบกี้ อัพลิสต์ชิเคห์ เซวาน วิหารเกกฮาร์ด วิหารคอร์วิราพ เยเรวาน


รหัสทัวร์ : TATAM6524
 อาเซอร์ไบจัน, อาเซอร์ไบจาน
สายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์
วันที่เดินทาง :
16 มิ.ย. 2566 ถึง 25 มิ.ย. 2566
ราคาเริ่มต้น
USD 1,610
ทำไมต้องจองทัวร์กับเรา
  • ราคาสุดท้ายไม่บวกเพิ่ม
  • รับประกันราคาที่ดีที่สุด
ติดต่อสอบถาม
02 187 1008
จันทร์ - เสาร์ 09:00 น. - 18:00 น.
วันที่ กำหนดการ อาหารเช้า อาหารเที่ยง อาหารเย็น โรงแรม
กรุงเทพฯ -
ดูไบ – บากู – เมืองเก่า PARK INN BY RADISSON or equivalent.
โกบุสตาน – ภูเขาโคลน - ภาพแกะสลักบนภูเขาหิน ณ พิพิธภัณฑ์เปิด – ภูเขาแห่งไฟ – วิหารแห่งไฟ - เมืองเชคี MARXAL HOTEL or another hotel of the same class.
เชคี - ทบิลิซี – เมืองเก่าทบิลิซี – ป้อมนาริกาลา – โรงอาบน้ำโบราณ – โบสถ์เมเคตี – สะพานแห่งสันติภาพ RAMADA ENCORE TBILISI or equivalent.
มิสเคต้า – วิหารจวารี – ป้อมอันนานูรี - อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย – คาซเบกี้ SNO HOTEL or its equivalent
กอรี – พิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน – อัพลิสต์ชิเคห์ – วิหารสเวติสโคเวลี – อนุสาวรรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย - ทบิลิซี RAMADA ENCORE TBILISI or equivalent.
ทบิลิซี – วิหารซีโอนี – ซาดาโคล – บากราทาเชน - เซวาน – อารามเซวาน– เยเรวาน BEST WESTERN PLUS CONGRESS or equivalent.
วิหารเกกฮาร์ด – วิหารการ์นี – วิหารคอร์วิราพ - เยเรวาน BEST WESTERN PLUS CONGRESS or equivalent.
เดอะคาสเคด – จัตุรัสกลางเมืองเยเรเวาน - เยเรวาน – ดูไบ -
ดูไบ - กรุงเทพฯ -
ตารางการเดินทาง
  • กรุงเทพฯ
    23.50 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก 
    กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 03-12, 10-19  มี.ค. 63 นัดหมายเวลา 22.00 น.
     
  • ดูไบ – บากู – เมืองเก่า
    03.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 377
    กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 03-12, 10-19  มี.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 01.05 น. และเดินทางถึงดูไบเวลา 05.00 น. เที่ยวบินที่ EK 385
    06.55 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
    08.10 น. นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองบากู โดยสายการบิน Fly Dubai  เที่ยวบินที่ FZ 0709
    กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 29 เม.ย. – 08 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 11.55 น. และเดินทางถึงเวลา 14.45 น. เที่ยวบินที่ FZ0707
    11.00 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองบากู (Baku) ประเทศอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง)  นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองบากูเป็นเมืองหลวงของประเทศอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบแคสเปียนบนคาบสมุทรเล็กๆ ที่มีชื่อว่า อับเซรอน ที่ยื่นออกไปในทะเล ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ ย่านเมืองเก่าภายในป้อมกำแพง ตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียต และตัวเมืองปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังบริเวณแหลมอับเชรอน ซึ่งเป็นที่มีไฟติดอยู่ตลอดมายูนาร์แด๊ก (Yunar Dag) หรือได้ชื่อว่าภูเขาแห่งไฟ (Fire Mountain) สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมาแต่โบราณกาล ที่มีเปลวไฟเกิดจากก๊าซที่ลุกไหม้ต่อเนื่องกันนาน จนเป็นที่รู้จักกันดี และได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไฟ (Land of Fire) นักธรณีวิทยาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การพุ่งของก๊าซ (Gas-Oil Volcanoes) ให้ท่านได้ชมความแปลกประหลาดกับเปลวไฟที่ติดอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ตลอดเวลา ซึ่งบางแห่งจะพวยพลุ่งออกมาประมาณ 10 ฟุต ไฟซึ่งเกิดจากก๊าซใต้ดินซึมผ่านชั้นของหินทรายที่เป็นรูพลุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดินและติดไฟได้ และที่สำคัญที่สุดได้แสดงให้เห็นแล้วว่า อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างมากมาย จากนั้นนำท่านไปชมวิหารแห่งไฟ (Fire Temple) หรือเรียกว่า อะเทสห์กาห์ของบากู (Ateshgah of Baku)  เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นใช้สำหรับพิธีการทางศาสนา ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีกระถางไฟอยู่ตรงกลาง และบริเวณรอบๆ ด้านนอกมี่ห้อง 26 ห้องถูกสร้างเป็นที่พักอาศัยของพวกพระ ถูกสร้างขึ้นในขณะที่ศาสนาโซโรแอสเตอร์กำลังเริ่มต้นและมีความรุ่งเรืองในเวลาต่อมา และพวกอินเดียได้เข้ามาระหว่างศตวรรษที่17-18 และต่อมาถูกทิ้งให้ร้างจนกระทั่งปี ค.ศ.1883 เมื่อบริเวณเมืองนี้ได้ขุดพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และต่อมาก็ได้ถูกทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1975  จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าบากู (Baku Old City) ซึ่งเป็นเขตเก่าแก่ที่สำคัญสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุง เป็นย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ล้อมรอบไปด้วยกำแพงที่ในอดีตที่มีไว้ป้องกันตัวเมือง และรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอคอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่ง และภายในมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทและสุสานของราชวงศ์ชีวาน (Shivan Dynasty Palace and Tomb) สุเหร่าดีวานข่าน(Divankhane Mosque) สุเหร่าและเสาหอคอยมินาเรต์ (Mosque and Minarets)  และที่สำคัญคือหอคอยไมเด็น (Maiden Tower) ที่สวยงาม เป็นหอคอยในยุคสมัยศตวรรษที่ 12 สองสถาปัตยกรรมสำคัญนี้เป็นสองสถานที่แรกในอาเซอร์ไบจานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นำท่านไปเที่ยวชมหอคอยไมเด็น ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ของเมือง และหลากหลายด้วยโบราณสถานของสิ่งก่อสร้างและต่อไปด้วยตลาดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าต่างๆหลายอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าทำมาจากยุคหิน และยังมีพรมที่ทำด้วยมืออันสวยงาม นอกจากนั้นยังมีศิลปะอันเก่าแก่และร้านอาหารที่เลิศรสที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก PARK INN BY RADISSON หรือเทียบเท่า 
     
  • โกบุสตาน – ภูเขาโคลน - ภาพแกะสลักบนภูเขาหิน ณ พิพิธภัณฑ์เปิด – ภูเขาแห่งไฟ – วิหารแห่งไฟ - เมืองเชคี
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกบุสตาน (Gobustan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบากู นำท่านชมภูเขาโคลน (Mud Volcano) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอาร์เซอร์ไบจาน และถูกบันทึกลงในกินเนส เวิลด์ (Guinness World Record) เมื่อ 5 ก.ย. 2004 ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง (Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่ง ภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพลุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม จากนั้นนำท่านชมภาพแกะสลักบนภูเขาหิน ณ พิพิธภัณฑ์เปิด (Rock Painting Open-air Museum) ให้ท่านได้ชมความสวยงามของหินภูเขาที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆ  ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2007 เช่น ภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ ช้าง เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเชคี (Sheki) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอาเซอร์ไบจาน และเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดเชคี  ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาคอเคซัสใหญ่และอยู่ติดกับจอร์เจีย  เมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขา ช่องเขาที่แคบพร้อมทั้งมีลำธารน้ำไหลและป่าเขาที่เขียวชอุ่มที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำ มีน้ำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินมากมายจึงทำให้เกิดบรรยากาศและน้ำตกที่สวยงาม และนอกจากนั้นยังมีบ่อน้ำแร่ที่ใสสะอาด นำท่านชมความสวยงามของเมืองเชคี  เมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในยุคของรัฐอัลบาเนียนในราวศตวรรษที่ 1 ทำให้มีโบราณสถานหลงเหลือให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการแกะสลักไม้ ที่มีการค้าขายเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมในอดีต ซึ่งจะมีที่พักสำหรับกองคาราวานที่เดินทางมาแวะพักที่เมืองนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 และศตวรรษที่ 19
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก MARXAL HOTEL หรือเทียบเท่า 
     
  • เชคี - ทบิลิซี – เมืองเก่าทบิลิซี – ป้อมนาริกาลา – โรงอาบน้ำโบราณ – โบสถ์เมเคตี – สะพานแห่งสันติภาพ
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่เมืองทบิลิซี (Tbilisi)  เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย (Georgia) ที่มีความสำคัญของประวัติศาสตร์มากมาย และมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เมืองหลวงทบิลิซี เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่า แม่น้ำมิตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น เมืองทบิลิซี มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งไอบีเรีย ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสตศวรรษที่ 4 เมืองทบิลีซี เป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์ เมืองนี้อยู่ในส่วนของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย หลังจากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าทบิลิซี (Old town) นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมป้อมนาริกาลา(Narikala Fortress) ซึ่งเป็นป้อมปราการหินโบราณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัดของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Narin Qala แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด จากนั้นนำท่านชมโรงอาบน้ำโบราณ หรือ อะบานู อุบานิ (Abanotubani) เป็นสถานที่สาหรับแช่น้ำพุร้อนที่มีแร่ถามะถัน ตามตำนานเล่าขานว่าในสมัยพระเจ้าวัคตังที่ 1 กอร์กัซลี่นกเหยี่ยวของพระองค์ได้ตกลงไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้ค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ขึ้น ลักษณะคล้ายโรงอาบน้ำเหมือนกับการออนเซ็นของชาวญี่ปุ่นผสมรวมกับการอาบน้ำแบบตุรกี นำท่านชมหมู่โรงอาบน้ำที่มีการสร้างและให้บริการตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบันที่มีรูปแบบตัวอาคารที่หลากหลาย นำท่านชม โบสถ์เมเคตี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำมิตคาวารี ในอดีตถูกใช้เป็นป้อมปราการ และที่พำนักของกษัตริย์ ในบริเวณเดียวกัน จากนั้นนำทุกท่านชมสะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจในเมืองทบิลิซี ออกแบบโดย สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยนชื่อ Michele De Lucchi โดยสะพานมีความยาวประมาณ 150 เมตร มีลักษณะการออกแบบร่วมสมัย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โครงสร้างนั้นถูกออกแบบและสร้างที่อิตาลี และนำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมืองทบิลิซี ที่ตั้งนั้นอยู่บนแม่น้ำ Mtkvari River สามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมือง 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE TBILISI หรือเทียบเท่า 
     
  • มิสเคต้า – วิหารจวารี – ป้อมอันนานูรี - อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย – คาซเบกี้
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่เมืองมิสเคต้า (Mtskheta) ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศจอร์เจียสมัยอาณาจักรไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งเป็นราชอาณาจักรของจอร์เจียในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากกรุงทบิลิซี ประมาณ 20 กม. เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 นำท่านชมวิหารจวารี (Jvari Monastery) หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์ สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำมิควารี (Mtkvari river) และแม่น้ำอรักวี (Aragvi river) นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองกูดาอูรี (Gudauri) ไปตามทางเส้นทางหลวงที่สำคัญของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway หรือเส้นทางสำหรับใช้ในด้านทหาร ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียต เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะนำท่านขึ้นสู่เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กม. ที่เป็นเส้นกั้นระหว่างพรมแดนรัสเซียกับจอร์เจีย ระหว่างทางนำท่านชมป้อมอันนานูรี (Ananuri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่ มีกำแพงล้อมรอบตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่16-17 ชมความงดงามขอโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายในกำแพง ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์จิ้น ภายในยังมีหอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ทำให้เห็นทัศนีย์ภาพทิวทัศน์อันสวยงามด้านล่างจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ รวมถึงอ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวงและใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้ นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองกูดาอูรี ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัส มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทิวทัศน์อันสวยงาม 
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย นำท่านชมอนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย(Memorial of Friendship) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Russia–Georgia Friendship Monument เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นมาในปี ค.ศ. 1983 เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซีย โครงสร้างทั้งหมดทำมาจากหินและคอนกรีต ภายในมีการวาดภาพประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซียไว้อย่างสวยงาม ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูปบรรยากาศและทิวทัศน์อันสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองคาซเบกี้ (Kazbegi) หรือปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา(Stepansminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 หลังจากนักบุญนิกายออโธดอกซ์ ชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้น เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคาซเบกี้อีกด้วย จากนั้นนำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส(Caucasus) นำท่านชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) หรือเรียกว่าโบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนเทือกเขาคาซเบกี้ ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,170 เมตร (ในกรณีที่มีหิมะตกหนัก จนไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม) 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SNO HOTEL หรือเทียบเท่า 
    หมายเหตุ โรงแรมที่พักอยู่ในเมืองคาซเบกี้ (Kazbegi) ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ในกรณีที่โรงแรมเต็ม หรือในกรณีที่หิมะตกหนัก จนไม่สามารถเดินทางขึ้นไปได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ขอย้ายไปพักที่เมือง Gudauri แทน 
  • กอรี – พิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน – อัพลิสต์ชิเคห์ – วิหารสเวติสโคเวลี – อนุสาวรรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย - ทบิลิซี
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกอรี (Gori) ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองมิสเคต้า เมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้ นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน (Musuem of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราว และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของสตาลินเอาไว้ รวมไปถึงตัวอาคารที่สตาลินเกิดด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์สตาลิน มีการจัดแสดงชีวประวัติของสตาลินตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองอัพลิสต์ชิเคห์ (Uplistsikhe) ซึ่งเป็นเมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจีย มีการตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้กันมานานแล้วกว่า 3000 ปีก่อน ในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียไปยังทะเลดำและต่อไปถึงทางตะวันตก ปัจจุบันสถานทีแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเหนือ ส่วนกลาง และส่วนใต้ ซึ่งส่วนกลางจะเป็นบริเวณที่ใหม่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งภายในใดๆ และยังมีห้องต่างๆ ซึ่งคาดว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ให้ท่านอิสระชมหมู่บ้านที่สร้างขึ้นจากถ้ำนี้ตามอัธยาศัย
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย จากนั้นนำท่านชมวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) หรือหมายถึงเสาที่มีชีวิต(The Living Pillar Cathedral) สร้างราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze  มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ.337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้อย่างงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อนุสาวรรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งหินสีดำขนาดใหญ่ แกะสลักเป็นรูปต่างๆที่สื่อถึงเรื่องราวในอดีตของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นโดย ซุราป สถาปนิกชื่อดังก่อสร้างเมื่อปี 1985 ประกอบด้วยแท่งเสา 16 แท่ง แต่ละแท่งสูง 35 เมตร แต่ละเสาจะแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วนนั่นคือ ส่วนล่างสุดเกี่ยวกับพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ ส่วนกลางเกี่ยวกับเรื่องของข้าราชการชนชั้นสูงของจอร์เจีย และส่วนบนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญต่างๆของประเทศ ท่านสามารถชมวิวเมืองจากมุมสูงได้จากสถานที่แห่งนี้จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองทบิลิซี 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
    พิเศษพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของประเทศจอร์เจีย ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE TBILISI หรือเทียบเท่า
     
  • ทบิลิซี – วิหารซีโอนี – ซาดาโคล – บากราทาเชน - เซวาน – อารามเซวาน– เยเรวาน
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านไปชมวิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกาย ออโธดอกซ์ที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเยรูซาเล็มสถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่ง ทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยกัน จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้และได้มีการบูรณะในช่วงศตวรรษที่ 17- 19 หลังจากนั้นนำท่านชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี (HOLY TRINITY CATHEDRAL) ที่เรียกกันว่า Sameba เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออโธดอกซ์จอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซี สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออโธดอกซ์ในโลก จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองซาดาโคล(Sadakhlo) ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย นำท่านผ่านด่านเมืองซาดาโคลและเดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน(Bagratashen) ที่เป็นเมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย (ทุกท่านจะต้องลงรถ เพื่อมาผ่านด่านตรวจเอกสารขาออกจากจอร์เจีย จากนั้นต้องมาผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองของอาร์เมเนีย)
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองฮักห์พาท (Haghpat) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนีย ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996 ชมอารามฮักห์พาท (Haghpat Monastery) เป็นอารามอาร์เมเนียยุคกลาง หรืออารามไบแซนไทน์ ที่มีความซับซ้อนทางศาสนา สร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน ในศตวรรษที่ 10 ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมทางศาสนาในยุครุ่งเรืองสูงสุด และมีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น  จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเซวาน (Sevan) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake of Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัส ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำแม่น้ำฮราซดาน และแม่น้ำมาสริค ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองและทะเลสาบเซวานที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนรีสอร์ทของนักท่องเที่ยวตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1900 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเยเรวานประมาณ 65 กม. เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่าเยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปี ค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน นำท่านไปชมอารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่าเซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่า แว๊งค์ เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเบสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.874 โดย เจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงเยเรวาน หรือเรียกว่า เอเรวาน (Erevan) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮรัซดัน (Hrazdan River) กรุงเยเรวานเป็นศูนย์กลางการบริหาร วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ตั้งอยู่ในจุดบรรจบของเอเชียและยุโรป ตึกรามบ้านช่องในเยเรวานมีรูปแบบคล้ายคลึงไปทางโซเวียตรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ คือจะสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมบล็อกๆทึบๆ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสหภาพโซเวียตมาก่อน
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS CONGRESS  หรือเทียบเท่า
     
  • วิหารเกกฮาร์ด – วิหารการ์นี – วิหารคอร์วิราพ - เยเรวาน
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ วิหารเกกฮาร์ด (Geghard Monastery) เป็นวิหารที่สร้างอยู่กลางเทือกเขา ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 วิหารนี้มีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขา โดยส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักสวยงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนีย และได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก Unesco World heritage site เมื่อปี ค.ศ. 2000 จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชม หุบเขาเอวาน (Avan Canyon) ที่มีความสวยงามของ หน้าผาที่สูงชัน มีแม่น้ำอาซัดไหลผ่านทำให้เกิดบรรยากาศที่สวยงดงาม จากนั้นนำท่านชมวิหารการ์นี (Garni Temple) เป็นวิหารแบบกรีก แต่ลวดลายอาคารเป็นศิลปะแบบอาร์เมเนีย มีอายุกว่า 1,700 ปี บริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย วิหารนี้เคยถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1679 แต่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมประกอบใหม่ในสมัยสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1974 จึงทำให้สมบูรณ์อย่างที่เห็น
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของกรุงเยเรวาน เป็นเมืองที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงของชาวอาร์เมเนีย ผู้ที่อาศัยอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วโลกที่จะต้องเดินทางมาทำพิธีจาริกแสวงบุญที่แห่งนี้ เพราะตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ในยุคโบราณว่า กษัตริย์ทิริเดท ของพากันอาร์เมเนียนได้จับนักบุญเกกอรี่ ขังคุกไว้ในถ้ำ ผู้ซึ่งได้ทำการเผยแผ่และให้ความกระจ่างในเรื่องของศาสนา และยังเป็นพระสังฆราชองค์แรกของชาวอาร์เมเนีย และต่อมาสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันก็ คือ คอร์วิราพ นำท่านไปชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery) เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในอาร์เมเนีย เคยเป็นสถานที่จองจำนักบุญเกรกอรีนานถึง 13 ปีในคุกใต้ดินที่แทบจะมืดมิด วิหารคอร์วิราพจึงกลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำหรับคริสต์ศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ จากวิหารนี้ท่านจะมองเห็นยอดเขาอารารัต สูง 5,137 เมตร ในเขตตุรกีได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเยเรวาน 
    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS CONGRESS  หรือเทียบเท่า
     
  • เดอะคาสเคด – จัตุรัสกลางเมืองเยเรเวาน - เยเรวาน – ดูไบ
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านชม เดอะคาสเคด (The Cascade) จากด้านนอก ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน มีลักษณะเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมามีความสูงประมาณ 500 เมตร และมีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้เป็นน้ำตกลงเป็นสายจากใจกลางที่อยู่ด้านบน ซึ่งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของโซเวียตรัสเซีย จากนั้นนำท่านผ่านชมโรงละครแห่งชาติอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นโรงละครไว้สำหรับแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ได้รับการตั้งชื่อตาม Alexander Spendiaryan ในเยเรวานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1933 โดยมีการแสดงโอเปร่า Almast ของ Alexander Spendiaryan อาคารโอเปร่าได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอาร์เมเนีย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังจัตุรัสกลางเมืองเยเรเวาน (Republic Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเยเรวาน บริเวณตรงกลางจะมีสระน้ำพุขนาดใหญ่ และบริเวณรอบๆมีร้านค้าต่างๆมากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
    11.55 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงดูไบ  โดยสายการบิน Fly Dubai  เที่ยวบินที่ FZ 0718
    กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 29 เม.ย. – 08 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 18.50 น. และเดินทางถึงดูไบเวลา 22.00
    15.30 น. ถึงกรุงดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
    22.35 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK 374
    กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 29 เม.ย. – 08 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 02.50 น. ของวันที่ 10  และเดินทางถึงดูไบเวลา 12.15 1
  • ดูไบ - กรุงเทพฯ

    07.35 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

ข้อตกลงและเงื่อนไข

ชำระเงินเต็มจำนวน

แพ็กเกจนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)

  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 

  • ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)

  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

  • ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

  • ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์) 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาเซอร์ไบจาน

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาร์เมเนีย

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 

 
แพ็กเกจนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 กก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

  • ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

  • ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น  (40 USD)

  • ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 USD)

 
เงื่อนไขการยกเลิก
  • แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท 

  • แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท

  • แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน 

  • กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน  ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ 

  • กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน 

  • กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

  • กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

 
หมายเหตุ
  • ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น

  • ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่าภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

  • เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที

  • หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

  • การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

  • หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด